ลงทะเบียนบัตรคนจน

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2564 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กล่าวว่าจากสถานการณ์ CV19 ที่มีผู้ ป่ ว ย ลดลงต่อเนื่อง ในขณะนี้ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลกำลังประเมินสถานการณ์ในเดือนกันยายนนี้อย่างใกล้ชิด หากจำนวนผู้ติดยังทรงตัวและไม่มี ค ลั ส เตอร์ ใหม่ๆที่มีผู้ติดจำนวนมากเพิ่มอีกก็ถึงเวลาที่จะเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งจะเริ่มในเดือนตุลาคมเป็นต้นไป

สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า สำหรับมาตรการที่จะใช้มีทั้งนโยบายที่เป็นนโยบายใหม่ และนโยบายเดิม โดยนโยบายเดิมเช่นโครงการคนละครึ่ง หรือนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยว ที่ยังมีอยู่และมีการขยายระยะเวลาออกไปก็ยังเดินหน้าต่อตามนั้น ซึ่งหากดูสถานการณ์ในขณะนี้เป็นไปด้วยดี ประชาชนดูแลตัวเองดีก็คิดว่าถึงเวลาที่เราจะกระตุ้นเศรษฐกิจโดยจะเริ่มในเดือนตุลาคมนี้ นโยบายทุกอย่างอยู่ในลิ้นชักอยู่แล้วรอเวลาที่เหมาะสมที่จะเอาขึ้นมาใช้ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะยังขยายตัวได้หรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่าประเมินแล้วน่าจะยังขยายตัวได้ ยังมีบางส่วนของเศรษฐกิจที่เติบโตได้อยู่ เมื่อถามว่ามีข้อเสนอจากภาคเอกชนและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้กู้เงินเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกู้เงินในขณะนี้ เพราะเงินกู้ที่มีอยู่ยังเหลืออีกกว่า 4 แสนล้านบาท

ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมมีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 กันยายน ให้กระทรวงการคลังทบทวนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการคนละครึ่ง โดยให้เสนอโครงการอื่น ๆ เข้ามาให้ที่ประชุมครม.พิจารณาและเห็นชอบ เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์โดยตรงมากที่สุด โดยพิจารณาทั้งในเชิงพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุม

ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลังให้ไปทบทวนดูว่า อาจจะมีอะไรให้เพิ่มเติมได้หรือไม่ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เช่น สิทธิประโยชน์อย่างอื่น ท่านนายกฯ ย้ำว่า บางคนยังตกหล่นเยอะมาก โดยเฉพาะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ท่านนายกฯจึงให้ไปทบทวนและเร่งดำเนินการ โดยให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาในรายละเอียด ซึ่งประชาชนต้องได้ประโยชน์มากกว่าเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลังมีนโยบายลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยมีเกณฑ์พิจารณารายได้เป็นรายครัวเรือน ประกอบด้วย สามี ภรรย า และบุตร รวมกันเฉลี่ยออกมาต้องไม่เกิน 1-1.2 แสนบาทต่อปี จากเดิมที่พิจารณาเป็นรายบุคคล โดยจะมีการให้สวัสดิการเพิ่มเติมในส่วนวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา จากร้านธงฟ้าประชารัฐ อีกคนละ 200 บาทต่อเดือน เป็น 400-500 บาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตามจากการปรับครม.และเปลี่ยนตัวผู้ที่มาดำรงตำแหน่งรมว.คลัง จากสาเหตุนายปรีดี ดาวฉาย รมว.คลังในขณะนั้นลาออก โดยให้เหตุผลเพราะปัญหาสุขภาพ ทำให้การเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในวันที่ 26 กันยายน 2563 ต้องเลื่อนออกไป เป็นปลายปี 2564 หรือ ต้นปี 2564 และหลังจากนั้นก็เลื่อนการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่เรื่อยมา โดยให้เหตุผลว่า ติดปัญหาจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 หลายระลอกที่ผ่านมา (ระลอกที่ 1 เมษายน 63 – ระลอกที่ 4 เมษายน 64) และต้องการนำงบประมาณไปกระตุ้นเศรษฐกิจโครงการอื่นก่อน เช่น โครงการคนละครึ่ง

ขอบคุณ prachachat

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *